วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ก้าวไปกับหนังสือ “ อีบุคส์ ”



ภาพและเรื่องโดย แฉ่ง บางกระเบา

ในกระบวนพระเกจิอาจารย์เมืองนครปฐมแล้ว อ.ยุทธ โตอดิเทพย์ นับว่ากว้างขวางและคุ้นเคยชนิดรู้ลึกรู้หมดแทบจะทุกองค์ ด้วยพื้นเพมีชีวิตวนเวียนอยู่ในจังหวัดนี้มาช้านาน เรียกว่าตั้งแต่เกิดจนเดี๋ยวนี้เกษียณจากราชการแล้วก็ยังลัดเลาะอยู่ตามวัดนั้นวัดนี้ไม่เคยขาด เนื่องจากมีจิตใจฝักใฝ่ในวัดวาอารามมาแต่เยาว์วัย จึงทำให้ข้อเขียนเรื่องราวพระเกจิอาจารย์ของท่านแจ่มแจ้งแทงทะลุครบเครื่องสมบูรณ์แบบหาตัวจับยาก

วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2562

มหัศจรรย์การสร้างวัตถุมงคล

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ
เหรียญพระพุทธโสธร รุ่น “ออป.”
ภาพและเรื่องโดย แฉ่ง บางกระเบา

“ มหัศจรรย์การสร้างวัตถุมงคล ” มีอานุภาพอันเป็นมิ่งมงคลแบบไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย คนปัจจุบัน “ ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ” ซึ่งเป็นผู้ศรัทธาเลื่อมใสในมงคลวัตถุมาตั้งแต่วัยหนุ่ม เป็นคนจังหวัดตราด “ แขวนเหรียญหลวงพ่อทิม วัดละหารไร่ ” ไว้ในคอเหรียญเดียว สมัยเรียนหนังสืออยู่โรงเรียนตราดตระการคุณตอนเย็นวันหนึ่ง โดนรถชน ร่างกระเด็นไปไกลท่ามกลางสายตาชาวบ้านรวมทั้งคุณครูที่เห็นเหตุการณ์ทุกคนบอกเป็นคำเดียวว่า “ ไม่ตายก็คางเหลือง ” แต่การณ์กลับเป็นว่าพอลุกขึ้นมาได้ เอามือปัดฝุ่นก็เรียบร้อยดีไม่มีอะไรชำรุดแม้แต่น้อย ตั้งแต่ท่านได้เจออภินิหาร วัตถุมงคล มาในครั้งนั้นจึงประทับใจมาจนถึงวันนี้

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ปกหน้า ลานโพธิ์ ฉบับที่ 1241 เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่ พ.ศ.2478 หลวงพ่อไปล่ ฉนฺทสโร วัดกำแพง กรุงเทพฯ เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2562 ราคาปก 70 บาท

ปกหน้า ลานโพธิ์ ฉบับที่  1241 เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่ พ.ศ.2478 หลวงพ่อไปล่ ฉนฺทสโร วัดกำแพง กรุงเทพฯ เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2562 ราคาปก 70 บาท แจกฟรี โปสเตอร์ หลวงพ่อซวง อภโย วัดชีปะขาว อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี “เกจิอาจารย์ผู้มีพุทธาคมเข้มขลังโด่งดังแห่งเมืองสิงห์ ” ชุด 2

ในบรรดาเหรียญหล่อรูปพระเกจิอาจารย์แล้ว คงไม่มีใครเกินกว่า เหรียญหล่อพิมพ์จอบ ของทั้งสองท่านนี้คือ “ หลวงพ่อเงิน บางคลาน ” และ “ หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง ” จัดได้ว่าเป็นสุดยอดของ เหรียญหล่อพิมพ์จอบ ทีเดียว แต่หลวงพ่อใดจะเป็นที่ชื่นชอบของท่านใดก็แล้วแต่เป็นความชื่นชอบเฉพาะตน เหรียญจอบหลวงพ่อเงิน บางคลาน มีความเก่าแก่โด่งดังมาก่อน

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

“ หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี ” อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

ภาพและเรื่องโดย..แฉ่ง บางกระเบา

หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี
เมืองสมุทรสงคราม มีพระเกจิอาจารย์ที่เข้มขลังโด่งดังมาแต่อดีตมากมายหลายรูป เช่น หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย หลวงพ่อร้าย วัดเขายี่สาร หลวงพ่อหรุ่น วัดช้างเผือก หลวงพ่อตาด วัดบางวันทอง ต่อมาที่กระเดื่องเลื่องลือนามก็คือ หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี เพราะเป็นผู้มีฌานหยั่งรู้ “ ตัวเลขแห่งอนาคต ” ได้แม่นยำดุจตาเห็นจึงขอนำเรื่องราวที่พิสูจน์มาแล้ว ช่างน่าอัศจรรย์ใจให้ท่านผู้อ่านสัมผัส เพื่อจะได้รู้เกจิผู้เข้มขลังนั้นมีจริงในแผ่นดินไทย

เมื่อปี พ.ศ.2508 ที่ วัดจุฬามณี อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม มีงานประจำปี ซึ่งปีนั้นคึกคักกว่าปกติ เพราะมีวงดนตรีชื่อดังมาแสดงในงาน คือ วงดนตรีลูกทุ่ง สุรพล สมบัติเจริญ ผู้คนจึงมาวัดมากกว่าปีก่อนๆ และหลังจากดนตรีแสดงจบ

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

หลวงพ่ออ่ำ อินฺทปญฺโญ ( พระพุทธวิหารโสภณ ) วัดวงษ์ฆ้อง พระนครศรีอยุธยา พระเกจิผู้เก่งกล้าทั้งเรื่องไสยศาสตร์และแพทยศาสตร์

ภาพและเรื่องโดย..เมธี ไทยนิกร

“หลวงพ่ออ่ำ” ที่มีพัดยศ ถ่ายขณะเป็น
พระราชาคณะที่ “พระพุทธวิหารโสภณ”
เจ้าอาวาสวัดหน้าพระเมรุ (พระอารามหลวง)
คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า “ พระนครศรีอยุธยา ” เป็นจังหวัดหนึ่งซึ่งอุดมไปด้วยพระสงฆ์เรืองวิชามาแต่โบราณกาล เท่าที่พอจะนึกออกบอกได้ในตอนนี้ก็มี อาทิ “ สมเด็จพระวันรัตน์ ” วัดป่าแก้ว ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของ “ พระนเรศวรฯ ” อย่างมาก หลังจากยุคนั้นก็มี “ พระอาจารย์พรหม ” ( หรือ “ พระพรหมมุนี ” ) วัดปากน้ำประสบ ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของ “ พระนารายณ์ฯ ” ( และเชื้อพระวงศ์ ) ส่วนอีกองค์ที่ร่วมสมัยได้แก่ “ พระพิมลธรรม ” วัดระฆัง ซึ่งเก่งในทาง “ ยามสามตา ” อย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะในคราวที่ “ พระยาสีหราชเดโช ” ข้าศึกจับแต่สามารถแก้รอดมาได้ ท่านทำนายเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ด้วยกระนั้น

วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ที่อัญเชิญมาเป็นพระประธานในพระวิหาร พระอารามหลวงในกรุงเทพมหานคร

ภาพและเรื่องโดย อภิวัฒน์ โควินทรานนท์


“ สมัยสุโขทัย เป็นยุคที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองที่สุด ดังนั้นจึงเป็นยุคทองของพุทธศิลป์ พระมหากษัตริย์แห่งกรุง สุโขทัย ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า พระร่วง ตลอดจนชาว สุโขทัย มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างเต็มเปี่ยม ได้สร้างสรรค์ศาสนวัตถุ ศาสนสถานอย่างมากมาย ทั้งวิหารเจดีย์คือ วัดอันเป็นศาสนสถาน และ พระพุทธรูป อันเป็นศาสนาวัตถุ

อาณาจักร สุโขทัย มีวัดที่ใหญ่โตและสวยงามหลายสิบวัด วัดที่สำคัญเช่น วัดมหาธาตุ วัดตระพังเงิน วัดตระพังทอง วัดศรีสวาย วัดสระศรี วัดพระพายหลวง วัดศรีชุม วัดสรศักดิ์ วัดเชตุพน วัดช้างล้อม วัดตระพังทองหลาง วัดเขาพระบาทน้อย วัดเขาอินทร์ ฯลฯ ส่วน พระพุทธรูป นั้น ในสมัย สุโขทัย ได้สร้าง พระพุทธรูป จำนวนมากมายอย่างน่าอัศจรรย์ ตั้งแต่ พระพุทธรูป ขนาดพระบูชา คือขนาดหน้าตักไม่กี่นิ้ว จนถึง พระพุทธรูป พระประธานในโบสถ์วิหาร ที่มีขนาดตั้งแต่เท่าคนจริง จนถึงขนาดใหญ่กว่าคนจริง 2 เท่า 3 เท่า 4 เท่า จนถึง 8 เท่า! คือขนาดหน้าตักกว่า 3 วา หรือ 6 เมตร มีทั้งพระอิฐ พระปูน พระหล่อสัมฤทธิ์ พระนาก จนถึงพระทองคำ ( ยกเว้นพระหินและพระไม้ ที่ไม่พบในศิลปะ สุโขทัย )