วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569

หลวงพ่อเต้า วัดเกาะวังไทร “ ศิษย์เอกองค์เดียวของ หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ”

 หลวงพ่อเต้า วัดเกาะวังไทร “ ศิษย์เอกองค์เดียวของ หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ” ภาพและเรื่องโดย ยุทธ โตอดิเทพย์



ในระยะก่อนปี 2535 นครปฐม เมืองเกจิอาจารย์ชั้นยอดแถวหน้าของวงการพระเครื่อง มีเกจิอาจารย์อาคมขลังแฝงเร้นอยู่องค์หนึ่ง รู้ดีในวงการคนนครปฐม ว่าวัตถุมงคลของท่านแจ่มแจ๋ว “เชื่อขนมกินได้” เจ้าของพระเครื่องที่ตำรวจยิงคนร้ายกระเด็นไม่ระคายผิว แขวนเพียงเหรียญของท่านเหรียญเดียวจริงๆ
















“ ผ้ายันต์แดง ” ของท่านชักขึ้นฟ้าทันใดฝนตั้งเค้าครึ้มอย่างไรก็ไม่ตก ห้ามฝนได้ราวปาฏิหาริย์ คนนครปฐมรู้กันทั้งเมือง ตั้งโต๊ะจีนเป็นร้อยกลางฤดูฝนขอให้มี “ ผ้ายันต์แดง ” ของท่านเพียงผืนเดียว รับรองกินกันจนจบงานฝนก็ยังไม่ตก เกจิอาจารย์ท่านนี้นามว่า “ หลวงพ่อเต้า วัดเกาะวังไทร ” ศิษย์เอกคนเดียวของ หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง

อั้นมานานถึงวันนี้ ขอให้ท่าน “ดัง” กับเขาบ้างได้ไหม ผู้เขียนรู้จัก “ หลวงพ่อเต้า ” เจ้าอาวาสวัดเกาะวังไทร มาเกือบยี่สิบปีแล้ว จำได้ว่าเริ่มคุ้นเคยสนิทสนมกับท่าน ตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักศึกษาฝึกสอนของวิทยาลัยครูนครปฐม (ปีการศึกษา 2510 ผู้เขียนและเพื่อนๆ นักศึกษา ได้มาฝึกสอนที่โรงเรียนวัดเกาะวังไทร ตำบลถนนขาด อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งขณะนั้น ท่านอาจารย์กวิญ แก่นสิงห์ เป็นครูใหญ่)

“ หลวงพ่อเต้า ” (สมณศักดิ์ขณะนั้นคือ พระครูเต้า เป็นผู้อุปถัมภ์โรงเรียนมา ตั้งแต่เปิดทำการสอนจนแม้กระทั่งปัจจุบัน จึงนับว่าท่านเป็นผู้ให้แสงสว่างทางปัญญาแก่กุลบุตรกุลธิดาของ ชาวตำบลถนนขาด และตำบลใกล้เคียงโดยตลอดอาคารเรียนหลังเก่าที่เป็นอาคารไม้ตลอดทั้งหลัง หลวงพ่อและศิษยานุศิษย์าช่วยกันก่อสร้างด้วยตัวของท่านเอง ทั้งนี้เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีความรอบรู้และชำนาญในการก่อสร้าง รวมไปถึงศาสนวัตถุสถาน อาทิ ศาลาการเปรียญ กุฏิวิหาร หรือแม้กระทั่งอุโบสถของวัดเกาะวังไทรล้วนสำเร็จด้วยความรู้ความสามารถ ในวิชาช่างก่อสร้างของหลวงพ่ออย่างแท้จริง

“ หลวงพ่อเต้า ” เป็นพระที่สมถะ พูดน้อย คมในฝัก จึงเข้าตำราที่ว่า “ ของจริงนิ่งเป็นใบ้ ของพูดได้ ของไม่จริง ” ปฏิปทางดงามจนเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสแก่ผู้พบเห็นการปฏิบัติธรรมตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคร่งครัดยิ่งนัก เรื่องความเคร่งครัดในพระธรรมวินัยนี้ประจักษ์และประทับใจผู้ได้พบเห็น ทั้งต่อหน้าและลับหลังญาติโยม ศีลาจารวัตรของท่านสะอาดบริสุทธิ์

สมณสารูปของหลวงพ่อ ผู้ใดพบเห็นเป็นต้องศรัทธา รูปร่างของ หลวงพ่อเต้า ผอมสูง ผิวดำแดง กร้านแกร่ง แต่แฝงไว้ด้วยความทรหดอดทน เข้าตำรา “สัตว์พี ฤาษีผอม” ความอดทนและความเพียรอย่างยอดเยี่ยมของหลวงพ่อ เป็นผลานิสงส์จากการธุดงควัตรรอนแรมตามป่าเขาลำเนาไพรมาอย่างโชกโชนนั่นเอง ดวงตาของหลวงพ่อเป็นประกายจ้าด้วยตบะเดชะแห่งมหาอำนาจ แต่เปี่ยมด้วยความเมตตา ผิวพรรณวรรณะของท่านดูแล้วผุดผ่อง มีสง่าราศีด้วยบุญบารมี ทั้งๆ ที่หลวงพ่อไม่ได้สรงน้ำ แต่ไม่เคยปรากฏร่องรอยคราบเหงื่อไคลความสกปรกให้พบเห็น เป็นที่น่าอัศจรรย์นัก

หลวงปู่เต้า เขมโก เป็นพระเกจิอาจารย์เรืองเวทย์แนวโบราณ ดังนั้น ความนิยมในการจัดสร้างวัตถุมงคลขั้นตอนพิธีกรรมต่างๆ จะเป็นไปตามรูปแบบที่บูรพาจารย์ได้กำหนดเป็นแบบแผนไว้ ท่านจะเคร่งครัดในเรื่องของฤกษ์ยาม ตามหลักโหราศาสตร์แบบไทย เพราะท่านมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์แบบไทยโบราณ

เคยฟังท่านท่องตำราโหราศาสตร์ไทยให้ฟัง เช่น การจับยามสามตา หลักการทำนายดวงชะตาคน ฤกษ์เดินทาง ฤกษ์ปลูกเรือน คำบูชานพเคราะห์ คำทำนายฝัน ตำราดูลักษณะคน ครูบาอาจารย์รุ่นเก่าจะผูกเป็นคำคล้องจอง ลักษณะเป็นร้อยกรองรูปแบบต่างๆ ตรงนี้จะช่วยในด้านความจำได้เป็นอย่างดี เช่น
“เศษ ๑ เสาเรือนไหม้ ชะตาใครทั้งชายหญิง
ไร้เรือนที่พักพิง ที่พึ่งพักสำนักเนา
จะร่อนเร่ระเหระหน เร่งเจียมตนอย่าดูเบา
เพราะว่าชะตาเรา โทษประกอบจึงเกิดกรรม
เศษ ๒ จะครองไข้ มีโรคร้ายรับประจำ
หยูกยาจะหาทำ บ่ถูกแท้จนแก่ตัว ฯลฯ”

นอกจากจะช่วยในเรื่องความจำในลักษณะคำสัมผัสคล้องจองแล้วเป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งในเรื่องการถ่ายทอดความรู้ความจำ

หลวงปู่เต้า ท่านเล่าว่า หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง เวลาถ่ายทอดวิชาความรู้คาถาอาคม ไสยเวทวิทยาคมทั้งหลายให้บรรดาศิษย์ท่านจะห้ามจดเด็ดขาด ให้จำเอาเอง ทั้งนี้อยู่ที่สติปัญญา ความจำของแต่ละคน เมื่อท่องจำได้ขึ้นใจก็ต้องไปทบทวนกับท่านอีกครั้งเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน และเมื่อท่องจำได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ใครจะไปจดบันทึกไว้ท่านก็ไม่ว่าอะไร

ปัจจุบันตำราคาถาอาคม อักขระเลขยันต์ที่ หลวงปู่เต้า ได้รับการถ่ายทอดมาจาก หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง บางส่วนทาง วัดเกาะวังไทร เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เป็นสมุดข่อย สมุดใบลาน และสมุดฝรั่งรุ่นเก่าแก่ ลายมือของหลวงปู่เต้า ท่านบันทึกจารึกไว้ด้วยตัวเอง และค่อนข้างจะหวงตำรับตำรามาก ใครไปหยิบไปฉวยโดยไม่บอกกล่าวขออนุญาตจะโดนดุทันที

ความเคร่งครัดในเรื่องครูบาอาจารย์ ตำราวิชาทั้งหลายของ หลวงปู่เต้า ท่านจะเก็บรักษาไว้ในตู้อย่างดี เดือนพฤษภาคมของทุกปี ก็จะประกอบพิธีไหว้ครูที่หน้าวิหารหลวงพ่อแดง

มีอยู่ครั้งหนึ่งพระลูกวัดชื่อ หลวงพี่สมเกียรติ (ลาสิกขาบท) ไปหยิบตำราของ หลวงปู่เต้า มาอ่านโดยไม่ได้ขออนุญาต ปรากฏว่าแขนบวมเป่งขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุรักษาอย่างไรก็ไม่หาย จึงเข้าไปกราบขอขมาลาโทษ หลวงปู่เต้า หลวงปู่เต้า ท่านทำน้ำมนต์รดให้ก็หายเป็นปกติ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับตำรับตำราของ หลวงปู่เต้า อีกเลย

แม้กระทั่งเวลาที่ลูกศิษย์ไม่ว่าจะเป็นพระหรือฆราวาสไปขอคาถาจากท่าน เมื่อท่านท่องให้ฟังจะต้องจำเอาเอง ถ้าใครท่องไปเล่นไป เหมือนไม่เคารพนับถือ หลวงปู่เต้า ท่านจะดุเอา ถ้าเป็นฆราวาสบางครั้งท่านยกมือทำท่าจะตบปากคนที่ท่องคาถาเล่นๆ เช่น

คาถามหาอุด “นะบังปืน โมบังไฟ พุธบังลูก ธาปิดปากกระบอก ยะยิงไม่ออก พุทโธอุตตะ ธัมโมอุดตะ สังโฆอุตตะ.........”

บทนี้ใครท่องล้อเล่น หลวงปู่เต้า จะโกรธ และท่านมักจะบอกลูกศิษย์ว่าจะหาเรื่องขี้ไม่ออกหรือไง มันเป็น คาถาอุดปืน

#หลวงพ่อเต้า #วัดเกาะวังไทร #ยุทธ #โตอดิเทพย์ #ลานโพธิ์ #หนังสือพระลานโพธิ์ #หนังสือพระเครื่องลานโพธิ์ #ผ้ายันต์แดง #หลวงพ่อเต้าวัดเกาะวังไทร #หลวงพ่อแช่ม #วัดตาก้อง #พระครูเต้า #